Diary

บุคคลที่สำคัญ
มาถึงหน้านี้ จากการชมเว็บของเพื่อนๆแต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกันออกไปในการนำเสนอDiaryของตัวเอง คราวนี้ถึงเวลาของตัวเองที่เริ่มเขียน อ่อไม่ใช่ซิ เริ่มพิมพ์เป็นของตัวเองหัวข้อที่จะพิมพ์วันนี้ก็ไม่ได้เอาเรื่องไกลตัวที่ไหน อยากจะพิมพ์บอกว่าได้ประทับใจเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ในสาขาเดียวกัน อันที่จริงมีหลายคนนะ เอิ๊กก อิอิ  นั่นแหน่...ไม่ใช่แอบปิ๊งนะ อย่าคิดมากซิไม่แน่นะ อาจเป็นคนที่กำลังอ่านอยู่ก็ได้ หรือไม่ก็ลองทายดูละกัน เริ่มหล่ะ เพื่อนคนที่พิมพ์ถึงนี้ ฉันรู้จักเพื่อนตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้าสู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ตอนแรกที่เจอกันเพื่อนเข้ามาทักทายฉันก่อนจึงเกิดความประทับใจเพราะส่วนใหญ่เป็นฉันที่เริ่มทำความรู้จัก อิอิ...เพื่อนคนนี้จะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง มีอารมณ์สุนทรีย์ตลอดเวลา โดดเด่นในสาขาและในมอ.เลยทีเดียว จะไปไหนมาไหนมีคนรู้จักมากมายเพราะเธอทำงานออกสังคมบ่อย มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ มีความเสียสละที่รับประกันได้เพราะฉันเองได้มีโอกาสทำงานกลุ่มเดียวกับเพื่อนคนนี้ เพื่อนที่คอยเป็นแกนนำ เพื่อนที่คอยให้กำลังกับหลายคนที่กำลังท้อกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนผู้นี้เป็นที่รักของอาจารย์และผู้ที่ได้รู้จัก เธออยู่ไหนจะมีเสียงหัวเราะ เสียงแห่งความสุขของทุกคน บางครั้งฉันแอบเห็นเวลาที่เพื่อนคนนี้เครียด แต่เธอยังคงมีมุข ขำขำ เฮฮาได้อีก น้ำเสียงและท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ ทำให้ฉันติดตามผลงานที่เธอพยายามสร้างสรรค์ให้กับสังคมและมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ความรู้สึกที่ได้บรรยาย ณ ตอนนี้ ฉันเองเคยมีโอกาศบอกเจ้าตัวไปแล้วหล่ะ แต่ไม่รู้ว่าเธอเข้าใจในสิ่งที่ฉันอยากให้เธอรับรู้รึเปล่า หรือเธออาจมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระของคนๆหนึ่ง เอ่อ....ถ้าสมมุติ สมมุตินะ ว่าเธอกำลังอ่านบทความนี้อยู่ฉันอยากจะบอกว่าฉันประทับใจในตัวเธอ และขอบคุณแทนเพื่อนๆแทนสังคมที่เธอทำอะไรดีๆให้โดยไม่หวังผลตอบแทน เรื่องคงมาถึงบทสรุปเพียงนี้ เพื่อนคนที่กำลังอ่านอยู่ พอจะรู้ไหม ว่าเพื่อนที่ฉันเขียนถึงคือ...^^*
สุขที่ได้รัก
เคยได้ยินมั้ยว่าบางครั้งการที่คุณรักใครสักคนก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่เค้าคนนั้นจะรักคุณตอบ ความรักเป็นเรื่องเข้าใจยากแต่ความรักมันก็มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถ้าคุณเจอคนที่ใช่ บทความวันนี้ เรามีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับความรักมาฝากเพื่อนๆกันด้วย ว่าแล้วก็ไปดูบทความเรื่อง สุขที่ได้รักกันเลย..บางครั้งการที่คุณรักใครสักคน ก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่เค้าคนนั้นจะรักคุณตอบ บางครั้งคนที่คุณกำลังคิดถึงเค้าอาจจะกำลังคิดถึง ใครอีกคนอยู่ก็ได้ใครจะไปรู้ แต่จงยินดีกับตัวเองเถอะนะที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ความรู้สึกของความรักจงยินดีเถอะนะที่ได้รู้จักกับรักที่สวยงาม ที่คุณได้มีโอกาสสัมผัสกับความรักที่แท้จริงโดยที่ใครอีกหลายคนไม่มีโอกาสความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับการได้มาทั้งหัวใจของคนที่คุณรัก แต่ความรักมันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคุณที่เป็นสุข..สุขที่ได้รักอย่ารักเพียงเพื่อต้องการให้ได้เค้ามาเคียงข้างเพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ถึงแม้ว่าคุณอยากจะให้เค้ามาอยู่กับคุณตลอดเวลาก็ตามรู้ไว้เถอะนะว่าแม้เค้าจะอยู่กับคุณ คุณก็อาจจะได้เพียงแค่ตัวเค้าแต่คุณก็ไม่มีวันที่เป็นเจ้าของหัวใจของเค้าได้อย่างแท้จริง จงรักและทำให้คนที่เรารักมีความสุข ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่เคียงข้างคนที่คุณรักและรู้สึกเจ็บปวด เมื่อเห็นเค้ากับใครอีกคนที่เค้ารัก..อยู่คู่กั ขอให้คุณคิดซะว่าในเมื่อเค้ามีความสุขก็ยังดีกว่าการที่เราได้เห็นเค้าทนทุกข์และการที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็ย่อมสุขด้วยเสมอ(ถ้ารักครั้งนั้นเป็นรักที่แท้จริง)จงรักที่จะเรียนรู้และให้อภัยของจงภูมิใจที่ได้"มีรัก"
เรื่องที่สาม
ผ่านไปสองเรื่องเกี่ยวกับDiaryของฉันเรื่องที่สามนี้คิดอยู่นานว่าจะเกี่ยวกับอะไรดี คิดไปคิดมามองสิ่งรอบตัวอีกนั่นแหระข๊ะ สังเกตดูว่าวันนี้ที่อยู่ ณ ห้องคอมมีนักศึกษาเกือบเต็มห้อง ไม่ต้องสงสัยกว่าเป็นฉันเองหรือป่าวที่มานั่งเล่นตอนคนอื่นเรียน ป่าวเลย...ทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานทั้งสาขาคอม บัญชี หรือแม้กระทั้งทัวร์และแน่นอนว่ามีสาขาที่เป็นเพื่อนๆเราด้วยน่าตาเคร่งเครียดเกินห้าสิบเปอร์เซ็นในการตั้งหน้าตั้งตาเร่งมือทำงานกัน นี่ถ้าทุกคนมีสีความเครียดออกมาจากร่างกาย ห้องคอมนี้อาจกลายเป็นคลังแก้สขนาดใหญ่พร้อมบรรจุปรมาณู เวอร์ไปมั้ยเนี้ยย อิอิ ทำให้นึกต่อไปอีกว่าใช่ซิใกล้จะถึงเวลาทดสอบในการได้เกรดมาลงใบสีขาวๆที่จำเป็นและส่งผลต่ออนาคตอันใกล้นี้มันคือ"การสอบ"ฉันเป็นคนหนึ่งและเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ไม่ชอบการทดสอบอะไรๆที่ยากแต่ก็เข้าใจว่าอะไรๆที่ยากนั้นคือการรับประกันในความรู้ความเข้าใจแต่มันคือทั้งหมดรึป่าว ฉันเองก็ไม่อาจรู้ได้ ที่รู้ตั้งแต่เข้าโรงเรียนจะมีการสอบ สอบเล็กสอบย่อยสอบน้อยสอบควิสซ์หรือสอบเลื่อนชั้นสอบไฟนอลนั้นเองเห็นทุกคนอาการเครียดๆซีเรียสๆ วันนี้เลยมีเรื่องขำๆของพระอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งทำให้ทุกคนเริ่มสนใจในพระพุทธศาสนามากขึ้นคือท่านพระมหาสมปอง ลองอ่านดูนะเผื่อจะช่วยอะไรได้ ยิ้มวันละนิดจิตแจ่มใส่ ยิ้มมากไปเพื่อนก็หาว่าบ้าอีกนี่แหระหนาอะไรๆที่พอดีหรือดีพอของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เริ่มต้นด้วยมีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เดินถือสังฆทานมาอย่างมาดมั่นพอเข้ามาในกุฏิแล้ว เธอก็มุ่งตรงไปที่พระบวชใหม่รูปหนึ่งทันที 'ถวายสังฆทานค่ะ'พระบวชใหม่ด้วยความที่ยังจำบทสวดต่างๆไม่ค่อยคล่องนักจึงหยิบหนังสือขึ้นมาดู'ไม่ต้องค่ะ'โยมผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างหนักแน่นตามสไตล์สาวมั่น'ดิฉันท่องได้ค่ะเพราะคุณยายพาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ'เธอพนมมือขึ้น ก่อนกล่าวว่า'อิมานิ มะยัง ภันเต สะปะริวารานิ คิกขุ สังโฆ'(ที่ถูกต้อง จะต้องเป็น ภิกขุ สังโฆ)พระบวชใหม่มีสีหน้างุนงง ก่อนหันมาถามอาตมา'คิกขุสังโฆ นี่มันฟังทะแม่งๆ นะหลวงพี่'อาตมาเกรงว่าโยมผู้นั้นจะหน้าแตก ก็เลยตอบไปว่า'คิกขุแปลว่าน่ารัก สังโฆแปลว่าสงฆ์ คิกขุสังโฆ ก็คือ แด่พระสงฆ์ผู้น่ารัก'อิอิเป็นอย่างไรบ้างค่ะ เป็นมุขที่ตลกทำให้ได้อมยิ้มบ้างรึป่าว หรือเคร่งเครียดกลัวว่าใตรจะรอยยิ้มอันสวยงามที่เก็บซ่อนไว้ วันนี้นำข้อคิดเห็นที่หลายคนอาจมีมุมมองที่ต่างกันออกไปมานำเสนอ แน่นอนที่ทุกคนมีความคิดหรือมุมมองที่แตกต่างฉันคิดว่านั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะได้เกิดการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ใหม่ๆอาจจะเป็นการเริ่มจุดเริ่มต้นสำหรับใครบางคนหรือหลายคนในอนาคตอันไกลโพ้น ท้ายสุดนี้ฉันเองอยากฝากข้อคิดว่าเราทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นออกมาได้ดีกว่าเก็บไว้แล้วไม่ได้มีการพัฒนาอะไรเลย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรควรเคารพสิทธิส่วนบุคคลซึ่งกันและกัน กลุ่มเล็กๆหรือประเทศกระทั้งโลกกลมๆใบนี้ประชากรอยู่อย่างมีความสุขโดยที่ปราศจากความทุกข์สิ่งที่ได้กลับมาย่อมดีแน่แท้นั่นคือ>>> ^^*